เทคโนโลยีการศึกษาสำหรับคนตาบอด

วารสารพัฒนาเทคนิคศึกษา ปีที่ 15 ฉบับที่ 47  กรกฎาคม-กันยายน 2546 หน้า 58-62


ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข             

             "เครื่องพิมพ์ดีดสัมผัส เป็นเครื่องมือที่ผลิตขึ้นสำหรับคนตาบอดเพื่อสื่อสารทางภาษาให้คนตาบอดได้สื่อสารกับคนปกติ แต่ในที่สุดเครื่องพิมพ์ดีดสัมผัสก็กลายเป็นเครื่องมือสำหรับทุกคน การผลิตสื่อเพื่อคนตาบอดอาจไม่ใช่การผลิตเพียงเพื่อคนตาบอด แต่อาจกลายเป็นเครื่องมือสำหรับมนุษยชาติได้"่

             เนื่องในโอกาสที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมกันสัมมนาเรื่อง "การศึกษาวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอดในประเทศไทย ซึ่งจัดโดยสถาบันคนตาบอดแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำให้ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจหลายประการ ได้มีความเข้าใจและรับรู้ความต้องการของผู้พิการโดยเฉพาะคนตาบอด ได้เห็นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหลายอย่างที่สร้างและพัฒนาขึ้นเพื่อคนตาบอด จุดประกายและกำลังใจให้ผู้เขียนเสนอบทความนี้เพื่อเป็นแนวคิดสำหรับนักเทคโนโลยีการศึกษา ที่จะผลิตสื่อทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนพิการโดยเฉพาะคนตาบอดเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเขาเหล่านั้น


บทนำ

             พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 มาตรา 10 วรรค 3 กำหนดไว้ชัดเจน "การศึกษาสำหรับคนพิการในวรรคสองให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าว มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง" (คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2542) แม้กฎหมายจะให้สิทธิแก่คนพิการ ได้รับการศึกษาเหมือนคนอื่น แต่โอกาสที่คนพิการ จะได้เข้าถึงความรู้อย่างคนอื่นนั้น ยังมีปัญหาอยู่มาก คนตาบอดจะเข้าถึงความรู้ได้ต้องใช้หนทางของตัวเอง ด้วยหนังสืออักษรเบรลล์ หรือหนังสือแถบเสียง การให้สิทธิแก่คนตาบอดให้ได้เรียนหนังสือและให้ใช้วิธีการของคนทั่วไป คนตาบอดย่อมเข้าถึงความรู้ด้วยหนังสือตัวพิมพ์ไม่ได้ การมีสิทธิก็เหมือนกับไม่มีสิทธิ การเพิ่มโอกาสแก่คนพิการให้ได้รับประโยชน์ตามสิทธิของตน เหมือนกับผู้อื่น จึงเป็นเรื่องสำคัญ (วิริยะ นามศิริพงษ์พันธุ์. มปป.)

             สื่อการสอนทั้งหลายจึงเป็นสิ่งที่เพิ่มโอกาสทางการศึกษาในกับคนตาบอด เนื่องจากความพิการของเขาทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้เหมือนกับคนปกติ แต่ปัญหาการผลิตและการใช้สื่อสำหรับคนตาบอดก็ยังมีปัญหาอยู่มาก อาทิเช่น อาจารย์ขาดความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการผลิต และการใช้สื่อการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนตาบอด เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตสื่อการเรียนการสอน มีสภาพเก่าล้าสมัย และชำรุด ไม่เหมาะสมกับการนำมาใช้ผลิตสื่อการเรียนการสอน โรงเรียนสอนคนตาบอดขาดหน่วยบริการด้านสื่อการเรียนการสอน โรงเรียนสอนคนตาบอดขาดการประชาสัมพันธ์ และการประสานงานที่ดีกับ หน่วยงานภายนอก (วิทิต ทรัพย์สาคร, 2538) ทำให้สื่อการสอนสำหรับคนตาบอดมีน้อยทั้งปริมาณและคุณภาพ


เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอด

             เมื่อเอ่ยถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็ย่อมหมายถึง เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัยและจะต้องให้ผู้มีความรู้ความเข้าใจในเครื่องมือเหล่านั้นเป็นอย่างดี จึงจะนำเอาเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้อย่างมีประโยชน์ คนปกติธรรมดาจำนวนมากก็ไม่มีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้มากนักเพราะยังขาดทั้งความรู้ความเข้าใจและโอกาสในการนำเทคโนโลยีไปใช้ คนตาบอดซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย ย่อมจะยากลำบากและดูว่าเป็นการไร้ประโยชน์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กิตพงศ์ สุทธิ (2545) ผู้อำนวยการสถาบันคนตาบอดแห่งชาติได้กล่าวถึง สภาพปัญหาของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอด โดยสรุปคือ

             1.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอด เป็นเครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศมีราคาสูง
             2.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอด ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศจะใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศผู้ผลิต ทำให้ต้องมีการนำมาแปลอีกครั้งหนึ่ง
             3.การขาดโอกาสในการฝึกอบรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอด ซึ่งจะมีให้ฝึกอบรมเฉพาะบางแห่ง หรือมีเฉพาะนักเรียน-นักศึกษาตาบอด ไม่ครอบคลุมถึงคนตาบอดโดยทั่วไป
             4.ที่พักของคนตาบอดไม่เอื้ออำนวยในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งให้บริการอยู่เหล่าในหน่วยงานของคนตาบอด การเดินทางเพื่อไปใช้เทคโนโลยีเป็นไปด้วยความลำบากและห่างไกลที่อยู่ของคนตาบอดมาก
             5.อาชีพของคนตาบอดทำให้ขาดการอบรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอด เพราะงานที่ทำไม่เอื้ออำนวยให้ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
             6.อายุของคนตาบอดและคนพิการจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุ ทำให้การศึกษาอบรมการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอดและคนพิการกระทำได้ช้า

             ด้วยปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของคนตาบอดทำให้มีผู้ที่พัฒนาสื่อสำหรับคนตาบอดน้อยมาก แต่ก็มีองค์กรที่พยายามช่วยเหลือในด้านนี้เช่น วิทยาลัยราชสุดา แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC) โดยเฉพาะบริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย มีการพัฒนาโปรแกรม IBM Home Page Reader (HPR) ภาษาไทย ซอฟต์แวร์ช่วยอ่านเว็บเพจด้วยเสียงภาษาไทยเป็นภาษาที่ 12 ของโลก มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้พิการทางสายตา พร้อมเอื้อประโยชน์การใช้งานด้านอื่นสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เผยเป็นการผสมผสานของ 3 เทคโนโลยีก่อนพัฒนาสำเร็จ เชื่อช่วยลดช่องว่างการใช้เทคโนโลยี ก่อนพัฒนาเวอร์ชั่นต่อไปให้ดียิ่งขึ้น (ผู้จัดการออนไลน์, 2546)

             HPR-Thai เกิดจากการวิจัยและพัฒนาที่ผสมผสานระหว่าง 3 เทคโนโลยี ประกอบด้วย

             1.Thai Text-to-Speech Technology ที่ช่วยแปลงข้อความจากตัวหนังสือให้มาเป็นเสียงภาษาไทย ซึ่งเกิดจากการร่วมมือระหว่างไอบีเอ็มและศูนย์วิจัยการประมวลผลภาษาและวัจนะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
             2.Web Technology ที่ช่วยจัดการข้อมูลในอินเทอร์เน็ตที่อยู่ในรูปแบบของ HTML
             3.Accessibility Technology ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้มีปัญหาทางสายตา และการมองเห็น โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง IBM Accessibility Center ในประเทศญี่ปุ่นและในประเทศสหรัฐอเมริกา

             สำหรับคุณสมบัติเด่นของ HPR-Thai นั้นเป็นเว็บบราเซอร์ใช้งานบนอินเทอร์เน็ตที่อ่านออกเสียงได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สนับสนุนการทำงานอ่านอีเมล และเอกสารแนบเป็นเสียงภาษาไทย สามารถแยกแยะระหว่างเนื้อหาข้อความที่ต้องการอ่านกับโปรแกรมคำสั่งได้ รวมทั้งประกอบด้วยโปรแกรมเสริม ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานของผู้พิการทางสายตาและผู้มีปัญหาในการมองเห็น อาทิ เสียงอ่านโปรแกรมคำสั่ง เพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์ การเข้าใช้โปรแกรมบนระบบปฎิบัติการวินโดวส์
             
             อย่างไรก็ตาม HPR-Thai ได้รับการออกเพื่อตอบสนองความต้องการต่างๆ ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากเสียงพูดภาษาไทย โดยที่บุคคลทั่วไปสามารถนำไปใช้งานต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการอ่านข้อความอีเมลหรือข่าวสาร โปรแกรมที่โต้ตอบกับผู้ใช้ด้วยเสียงพูดนอกจากข้อความบนหน้าจอ โปรแกรมสำหรับชาวต่างประเทศในการเรียนรู้ ฝึกฝนการพูดภาษาไทยเบื้องต้น และโปรแกรมพจนานุกรมพูดภาษาไทย จัดว่าเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับคนตาบอดได้ใช้เป็นสื่อสำหรับการเรียนรู้ในโลกอินเทอร์เน็ตได้เท่าเทียมกับคนปกติ

ปัญหาด้านนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอด

             ปัญหาทางด้านนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารสำหรับคนตาบอด ของหน่วยงานต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำหรับคนตาบอดได้อย่างเพียงพอและเหมาะสมด้วยเหตุผลต่าง ๆ ได้แก่

             1.การขาดงบประมาณสนับสนุนในทางปฏิบัติ แม้ว่าในแผนปฏิบัติงานจะได้วางเอาไว้ แต่ไม่ได้กระทำอย่างจริงจัง
             2.เทคโนโลยีสารสารและการสื่อสารเกือบทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่เหมาะสมกับคนตาบอดและคนพิการทุกประเภทในประเทศไทย ไม่ว่าจะเรื่องภาษาหรือขนาดอุปกรณ์
             3.ภาษีนำเข้ายังสูงอยู่มาก แม้ว่ากฎหมายจะได้มีการยกเว้นภาษี แต่เนื่องจากเครื่องมือและเครื่องใช้ไม่เป็นที่รู้จักของเจ้าหน้าที่ทำให้ต้องเสียภาษีนำเข้า หรือเสียเวลาในการชี้แจงมาก
             4.การสั่งวัสดุไม่โปร่งใสในราคาสูงเกินความเป็นจริง ทำให้ภาพพจน์ของวัสดุอุปกรณ์มีราคาสูงเกินความจำเป็นและสิ้นเปลือง
             5.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้วัสดุอุปกรณ์สำหรับคนตาบอดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
             6.คนตาบอดมีการใช้ ICT น้อย ทำให้วัสดุอุปกรณ์กลายเป็นของเฉพาะกลุ่มและมีราคาสูง ทำให้ไม่เห็นความจำเป็นในการผลิตและพัฒนาอุปกรณ์
             7.หน่วยงานขาดความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการทุกด้าน
             8.หน่วยงานความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของคนพิการ และให้ความสนใจในเรื่องทั่วไปอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนพิการ
             9.การขาดความสนับสนุนในการใช้ ICT ของคนตาบอดเอง โดยมองว่าเป็นเรื่องสิ้นเปลือง และเกินความจำเป็น
             10.ผู้พิการมีกำลังซื้อน้อย ทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนา ICT ในเชิงการค้าสำหรับคนพิการ
             11.การฝึกอบรม ICT สำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไปยังไม่ครอบคลุมและทั่วถึง คนพิการจึงต้องรอ หรือมีการอบรมน้อยมาก
             12.การวิจัยและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนสำหรับคนพิการมีน้อยมาก และทำกันเฉพาะในกลุ่มนิสิตนักศึกษาไม่มีความต่อเนื่อง              
             13.การพัฒนาสื่อเฉพาะคนพิการเป็นระบบปิด คือพัฒนาแล้วไม่สามารถใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ ได้
             14.เทคโนโลยีสำหรับคนพิการมีความล้าสมัยและไม่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงใหม่

             นโยบายการจัดการศึกษาจึงควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และสถานการณ์อย่างเต็มที่ เช่น ความสำคัญของภาษามือในฐานะเครื่องมือในการสื่อสารของคนหูหนวก ควรได้รับการยอมรับและจัดให้เพื่อประกันว่า คนหูหนวกทั้งมวลสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ด้วยภาษามือของชาติ เนื่องจากความต้องการสื่อสารระหว่างคนหูหนวกและคนตาบอดมีลักษณะเฉพาะ (คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ,2543) ดังนั้นการกำหนดนโยบายในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็ควรคำนึงถึงความแตกต่างของผู้พิการแต่ละประเภท

            
 ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด

             การใช้สื่อเพื่อพัฒนาศึกษาของคนตาบอดได้มีความพยายามพัฒนา และปรับปรุงมาเป็นเวลานาน จะได้เห็นได้จากการจัดตั้งห้องสมุดคอลฟิลด์เพื่อขึ้นตาบอดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2520 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด ซึ่งงานหลักของศูนย์เทคโนโลยีเพื่อคนตาบอด(คณะกรรมการกองทุนมิสคอลฟิลด์ครบร้อยปี, 2545) มีดังนี้คือ

             1.การผลิตหนังสือเบรลล์เพื่อการศึกษาของคนตาบอด โดยผลิตหนังสือเรียนให้แก่นักรียนตาบอดทั่วประเทศ
             2.การผลิตหนังสือเทป (Talking Book) โดยผลิตเทปทั้งในรูปของหนังสือเรียน นวนิยาย เรื่องสั้น และสารคดีต่าง ๆ
             3.บริการทางด้านห้องสมุด โดยห้องสมุดคอลฟิลด์เปิดให้บริการสมาชิกทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใด

             ภาระกิจของศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด ได้มีการนำข้อมูลข่าวสารมาให้แก่คนตาบอดอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยระบบคอมพิวเตอร์ที่มีทั้ง Software และ Hardware ที่ทำให้คนตาบอดสามารถอ่านหนังสือจากคอมพิวเตอร์ด้วยเสียง หรือ Braille terminal (แสดงผลเป็นจุดอักษรเบรลล์) ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้คนตาบอดสามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตได้ รวมทั้งเสียงภาษาไทย ซึ่งจากเดิมจะต้องใช้หนังสือแถบเสียง และได้พัฒนาการการอ่านหนังสือของคนตาบอดโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ ทำให้เปลี่ยนจากระบบแถบเสียงมาเป็นหนังสือ CD การศึกษาวิจัยของวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้พัฒนาระบบการสังเคราะห์เสียงจากตัวอักษรในการพิมพ์ของ Microsoft Word ให้คนตาบอด โดยโปรแกรมสามารถแปลข้อความที่พิมพ์ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิล์ดให้เป็นเสียงสำหรับคนตาบอดได้


ทำไมเราควรสนใจสื่อสำหรับคนพิการหรือคนตาบอด

             ทำไมนักเทคโนโลยีการศึกษา นักเทคโนโลยีสารสนเทศ และนักการศึกษาทั้งหลาย จึงควรสนใจสื่อสำหรับคนพิการ แนวคิดจึงมีเพียงสั้น ๆ ว่า
             "เครื่องพิมพ์ดีดสัมผัส เป็นเครื่องมือที่ผลิตขึ้นสำหรับคนตาบอดเพื่อสื่อสารทางภาษาให้คนตาบอดได้สื่อสารกับคนปกติ แต่ในที่สุดเครื่องพิมพ์ดีดสัมผัสก็กลายเป็นเครื่องมือสำหรับทุกคน การผลิตสื่อเพื่อคนตาบอดอาจไม่ใช่การผลิตเพียงเพื่อคนตาบอด แต่อาจกลายเป็นเครื่องมือสำหรับมนุษยชาติได้"
             ปัญหาที่แท้จริงของคนตาบอด มิใช่การมองไม่เห็น ปัญหาที่แท้จริงคือ ความเข้าใจที่ผิดพลาดและการขาดข้อมูลที่ถูกต้อง หากคนตาบอดได้รับการศึกษาฝึกอบรมอย่างถูกต้อง และได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปแล้ว การตาบอดก็เป็นแค่เพียงความไม่สะดวก หรือความน่ารำคาญ ทางกายภาพเท่านั้น (มณเฑียร บุญตัน, 2541)


สรุป

             การใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาไม่ใช่การนำไปใช้สำหรับคนปกติเพียงอย่างเดียว เทคโนโลยีการศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนพิการทุกประเภท เพราะสื่อเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างยิ่งสำหรับคนพิการให้ได้รับความรู้ และได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติในสังคมไม่เป็นภาระให้กับสังคม เมื่อคนพิการทุกประเภทสามารถเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตได้เหมือนกับคนปกติ ย่อมทำให้สังคมยอมรับและเล็งเห็นว่าพวกเขาเป็นส่วนของสังคม คนปกติเองที่งอมืองอเท้าและทอดอาลัยในชีวิตจะได้หันมามองว่า ยังมีคนพิการที่ลำบากกว่าเขา ต่อสู้และยืนหยัดที่มีชีวิตเคียงข้างคนปกติ คนพิการก็จะเป็นกำลังใจให้กับคนปกติทั่วไปมีกำลังใจในการต่อสู้กับชีวิต การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาช่วยให้คนพิการโดยเฉพาะคนตาบอดได้อยู่ร่วมกับผู้คนทั่วไป จึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การพัฒนาและศึกษาวิจัยเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจังในแง่มุมต่าง ๆ ต่อไป


เกี่ยวกับผู้เขียน

ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข ศษ.บ., กศ.ม.,ค.ด.(เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา)
หัวหน้าคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม,หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม
E-mail : prachyanun@hotmail.com
Home Page http://members.fortunecity.com/prachyanun

รายการอ้างอิง

กิตติพงศ์ สุทธิ (2545) “ICT สำหรับคนตาบอด”. การสัมมนาการศึกษาวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับคนตาบอดในประเทศไทย.
             กรุงเทพฯ : สถาบันคนตาบอดแห่งชาติ.

คณะกรรมการกองทุนมิสคอลฟิลด์รอบร้อยปี (2545) มิสคอลฟิลด์ โคมทองของคนตาบอดไทย. กรุงเทพฯ : จิรรัชการพิมพ์.

คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน. (2543) กรอบการดำเนินงานการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะ
             กรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.

คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน. (2542) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการ
              การศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.

ผู้จัดการออนไลน์.ไอบีเอ็มออกซอฟต์แวร์อ่านเว็บเพจไทย ลดช่องว่างการใช้งานเทคโนโลยีผู้พิการ วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546

มณเฑียร บุญตัน. (2541) มารู้จักคนตาบอดกันดีกว่า. กรุงเทพฯ : สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย. http://www.tab.or.th/news/info-04.htm

วิริยะ นามศิริพงษ์พันธุ์. คนพิการ กับ โอกาสทางการศึกษา http://www.thaingo.org/database/db2/1020757270.html

วิทิต ทรัพย์สาคร (2538) การศึกษาปัญหาและการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการผลิต และการใช้สื่อการเรียนการสอนในโรงเรียนสอนคนตาบอด.
              วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาโสตทัศนศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.


หน้าแรก | ผู้จัดทำ | การเรียนการสอนผ่านเว็บ | เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา | การศึกษาไทย | การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ


Best viewed with Microsoft Internet Explorer 5 or higher with 800x600 screen resolution
copyright(C) 2000-2003  by Prachyanun Nilsook : comments to : email  prachyanun@hotmail.com ICQ 110759076
Last update(ปรับปรุงครั้งล่าสุด) :  05/09/2546 11:46:49
เว็บมาสเตอร์  ปรัชญนันท์  นิลสุข